ประวัติมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่




มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เริ่มแรกก่อตั้งเป็นเป็นโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ ซึ่งก่อตั้งภายใต้นโยบายการกระจายการศึกษาสู่ภาคประชาชนที่สืบเนื่องจากการมีพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ พ.ศ. ๒๔๖๑ และพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. ๒๔๖๔ ระยะแรกของการก่อตั้งมหาเสวกโท พระยาสุรบดินทร์สุรินทรฦาไชย (พร จารุจินดา) อุปราชภาคพายัพและสมุหเทศาภิบาลมณฑลพายัพ อำมาตย์เอก พระยาพายัพพิริยะกิจ (เป้า จารุเสถียร) ปลัดมณฑลพายัพ และอำมาตย์ตรี หลวงวสิณห์ดรุณการ (ไม่ทราบชื่อ) ศึกษาธิการ มณฑลพายัพ เป็นผู้ร่วมกันก่อตั้งโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพขึ้น โดยมีการใช้งบประมาณของโรงเรียนรัฐบาลประจำมณฑลจัดซื้อที่ดินบริเวณบ้านเวียงบัว ตำบลช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ตั้งของโรงเรียน ผนวกกับที่ดินบริจาคจากนายร้อยเอกเจ้าราชภาติกวงษ์ (คำตัน ณ เชียงใหม่) และมีการสร้างกลุ่มอาคารเรียนเรียนจนแล้วเสร็จ มีนายชื่น สิโรรส เป็นครูใหญ่คนแรก (มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, ๒๕๕๖, หน้า ๓)
          การเรียนการสอนของโรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพเริ่มกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักสูตรของโรงเรียนในช่วง พ.ศ. ๒๔๖๘ เรื่อยมาจน พ.ศ. ๒๔๗๐ ก็ได้มีการรวมการฝึกหัดครูสามัญชั้นต่ำ ประจำมณฑลแผนกชายที่เดิมอยู่กับโรงเรียนประจำมณฑลมารวมไว้ที่โรงเรียนฝึกหัดครูกสิกรรมประจำมณฑลพายัพ และเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพ” โดยมีการฝึกหัดครูทั้งสายสามัญและครูกสิกรรมควบคู่กัน การปรับเปลี่ยนครั้งนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นของการผลิตครูสามัญเพื่อตอบรับการขยายตัวทางการศึกษาที่ในทศวรรษดังกล่าวที่ยังคงขาดแคลนครูสายสามัญอยู่มาก (มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, ๒๕๕๖, หน้า ๑๐) กระนั้น ช่วงเวลาดังกล่าวโรงเรียนก็ยังคงเป็นที่รู้จักแพร่หลายในชื่อ “โรงเรียนกสิกรรมช้างเผือก” เช่นเดิมจากทำเลที่ตั้งในตำบลช้างเผือกและความภาพความคุ้นเคยในการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นด้านการเกษตรมาก่อน
          เมื่อเข้าสู่ พ.ศ. ๒๔๘๕ เกิดความเปลี่ยนที่ขยายตัวตอบรับกับระบบการศึกษาสมัยใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างชัดเจน ระบบการศึกษาใหม่ที่สถานศึกษากระจายตัวเขาสู่ประชาชนในแต่ละท้องถิ่นมากขึ้นทำให้ครูสามัญจำเป็นต่อระบบมากขึ้นเช่นกัน ช่วงเวลาดังกล่าวนี้โรงเรียนฝึกหัดครูประกาศนียบัตรมณฑลพายัพที่มีนายทวี โปราณานนท์ เป็นครูใหญ่ ได้ปรับปรุงหลักสูตรและรูปแบบการเรียนการสอนที่แยกการฝึกหัดเป็น ๓ ส่วน ได้แก่ ๑. การฝึกหัดครูมูลสามัญ ๒. การฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดและฝึกหัดครูมูลสามัญ ๓. การฝึกหัดครูประกาศนียบัตรจังหวัดและฝึกหัดครูประชาบาล เพื่อมุ่งสร้างครูสามัญมาแก้ปัญหาขาดแคลนครูภายในมณฑล พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนฝึกหัดครูมูล จังหวัดเชียงใหม่” ขณะที่อีก ๕ ปีต่อมา มีการเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น “โรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่” ซึ่งในช่วงเวลานี้เป็นระยะแรกที่มีวางรากฐานทางอุดมการณ์ผ่านการกำหนดอัตลักษณ์ต่าง ๆ ประจำมหาวิทยาลัย ได้แก่ การใช้สัญลักษณ์พระพิฆเนศวร์เป็นตราและเทพประจำโรงเรียน การใช้สีเหลือง – ดำ เป็นสีประจำโรงเรียน (ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีดำ – เหลือง ดังในปัจจุบัน) การเริ่มใช้คติพจน์ “นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา” ที่แปลว่า “ไม่มีแสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญา” เป็นคติพจน์ประจำโรงเรียนด้วย
          การเรียนการสอนในช่วงที่ใช้ชื่อโรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ นับเป็นช่วงเวลาที่ผ่านเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์มาอย่างต่อเนื่องดังปรากฏข้อมูลระบุว่าใน พ.ศ. ๒๔๘๗ อันเป็นช่วงส่งครามโลกครั้งที่ ๒ โรงเรียนต้องหยุดทำการเป็นเวลากว่า ๑ ปี เพื่อใช้สถานที่เป็นศูนย์อพยพสำหรับหน่วยงานราชการต่าง ๆ ขณะเดียวกันเมื่อเหตุการณ์สงบลงก็มีการปรับปรุงและพัฒนาทั้งด้านการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง (มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, ๒๕๕๖, หน้า ๑๒ – ๑๓) ช่วงเวลาดังกล่าวจึงนับว่าเป็นระยะของการวางรากฐานของสถานบันให้มั่นคงเพื่อเตรียมพร้อมกับการขยายตัวมากขึ้นในทศวรรษ ๒๕๐๐ ซึ่งโรงเรียนฝึกหัดครูเชียงใหม่ได้ยกฐานะขึ้นเป็น “วิทยาลัยครูเชียงใหม่” ใน พ.ศ. ๒๕๐๓ และเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษา ชั้นสูง (ป.กศ. สูง) และอนุปริญญาในปีเดียวกัน
          การขยายขอบเขตการสอนของวิทยาลัยครูเชียงใหม่เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อ
พ.ศ. ๒๕๑๗ เมื่อมีการเปิดสอนถึงระดับปริญญาตรีในวิชาเอกภาษาอังกฤษ เคมี และวิทยาศาสตร์ทั่วไป ขณะที่ปีถัดมามีการย้ายการบริหาร “ให้วิทยาลัยครูเป็นส่วนราชการในกรมการฝึกหัดครู” ตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. ๒๕๑๘ (พระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. ๒๕๑๘, ๒๕๑๘, หน้า ๒๕) ทำให้มีการใช้หลักสูตรการฝึกหัดครูใน พ.ศ. ๒๕๑๙
ที่มีการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ. สูง) และปริญญาครุศาสตรบัณฑิต (ค.บ.) เกิดขึ้น การยกสถานะเป็นวิทยาลัยครูควบคู่กับการเปิดสอนทั้งในระดับประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง (ป.กศ. สูง) และปริญญาตรีทำให้เกิดสาขาการศึกษาที่หลากหลายมากขึ้นในวิทยาลัยครู ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเติบโตขึ้นของวิทยาลัยครูเชียงใหม่ที่ต่อมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม วิทยาลัยครูทั่วประเทศว่า “สถาบันราชภัฏ” วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ เกิดเป็นสถาบันราชภัฏเชียงใหม่และเปลี่ยนเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่” ใน พ.ศ. ๒๕๔๗ ตามลำดับ โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่มีการเปิดสอนในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และมีโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่เปิดสอนในระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ ๖ และกำลังขยายการสอนในระดับมัธยมศึกษาด้วย